กลับมาอีกครั้ง

posted on 09 Feb 2013 14:21 by rainfordream
จากปี 2008 จนตอนนี้ 2013 .... สี่ปีกว่ากับการใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริง ถ้าย้อนเวลากลับไป โลกแห่งความฝัน โลกแห่งจินตนาการเลือนหายไปเยอะพอควร แต่โลกแห่งการเผชิญหน้าเข้าประชิดตัวมากยิ่งขึ้น ใช่...โตขึ้น
 
แต่ก็รู้ว่าความคิดของตัวเองยังเด็กกว่าอายุอยู่มาก คิดแบบเด็กๆ เอาใจไปผูกกับคนอื่น ผูกแน่นไปมันก็รัดตัวเองจนเจ็บ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนบนโลกนี้ที่หากเราผูกพันกับเค้า แล้วเค้าจะต้องให้ความผูกพันนั้นกลับ แม้แต่...."เพื่อน" ก็ตาม  
 
เพื่อนก็มีหลายประเภท  เคยมีความคิดอยากมีเพื่อนที่คุยกันได้ทุกอย่าง เดาใจกันได้ หวังดี ไม่ปิดบังหรือพูดอะไรที่มีลับลมคมในไม่ให้เรารู้  แม้บางทีอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่ความรู้สึกที่มันสะสม  นานๆไปมันก็มาก สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คงมีแค่...ปล่อยวาง ช่างมัน  เพื่อนก็คือหนึ่งจินตนาการที่ในโลกแห่งความจริงอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอะเจอเลยก็ได้ แต่โลกไม่โหดร้ายอย่างนั้นเสมอ  เพื่อนแบบนี้ก็เจอ แค่ไม่ได้อยู่ใกล้กันในยามที่ต้องการ  ถึงแกจะอยู่ไกล  แต่อย่างน้อยก็เตือนให้เรารู้ตัวอยู่เสมอว่า เราก็มีเพื่อนที่ดีเหมือนกัน
 
นิ่งไว้เป็นดีที่สุด  ฝึกไว้สำหรับทุกอย่าง  ตัวเราเองไม่ใช่คนดีเด่อะไร  รู้ตัวดี ตอนนี้บอกตัวเองเสมอว่าจะฝึกตัวเอง ไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ไหน แต่ถ้าทำได้ ชีวิตและจิตใจคงมีความสุขกับทุกๆอย่างมากขึ้นแน่ๆ ฝึกจิต ฝึกใจ ฝึกสติ อยากให้ตัวเองอ่อนไหวน้อยลง เข้มแข็งมากขึ้น โตทั้งตัวและใจสักที 

Love my HOME

posted on 21 Apr 2008 15:19 by rainfordream in WriteSaRa

นานเท่าไหร่แล้วนะที่ครอบครัวเราไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน

อืม.....คงงประมาณ 3-4 ปีแล้วละมั้ง  มันรู้สึกตื่นเต้น และดีใจยังไงบอกไม่ถูก

แล้วเมื่อสองสามวันก่อน แม่บอกว่า แม่คงไปเที่ยวด้วยไม่ได้ เพราะแม่ทำงานไม่เสร็จ!!!

............เศร้ามากเป็นที่สุด   เราจึงพยายามช่วยงานแม่ทุกอย่าง

ช่วยแม่พิมพ์งาน  ช่วยทำงานบ้าน จนในทีสุดงานของแม่ก็เกือบเสร็จแล้ว

เฮ้อ!!!  ทั้งโล่งอก  ทั้งดีใจ  จะได้ไปเที่ยวกับครอบครัวแล้ววววว

อีกไม่เท่าไหร่ก็ต้องกลับไปเรียนแล้ว  อยากอยู่บ้านจัง  คิดถึงบ้านที่สุด

ตอนนี้นึกถึงเพลง Home มากๆ

ดอกไม้ ประตู แจกัน  ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม
บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ

เพราะเธอคือที่พักพิง คือทุกสิ่งที่มีความหมาย
เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้ เรื่องร้ายใดๆไม่เกรง
แม้ข้างนอกจะต้องเจอ กับเรื่องราวที่ใครข่มเหง
แต่ฉันเองไม่คิดกลัว

จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่
เพราะรู้ว่าฉันมีเธอคอยเป็นที่พักใจ
จะรอคอยฉันจริงๆ เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย
จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน

* ไม่ว่าวันเวลา จะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไร
ฉันยังคงมีแต่เธอ เป็นความหวังและความเข้าใจ
พร้อมจะเก็บทุกสิ่ง ทิ้งความสุขทุกอย่าง
และจะทำทุกทางเพื่อบ้าน หลังนี้

(ซ้ำ *)

ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ก็ล้วนแต่มีคำถาม
บ้านนี้จะงามอย่างไรถ้าไม่มีเธอ
ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้าน ของฉัน

เพลงนี้นึกถึงเวลาอยู่คนเดียวทีไร  เศร้าใจทุกที

ปล. "ต่างที่ต่างปรัชญา  ต่างตาต่างมุมมอง"  :  คุณ วชิรา รธิรกนก

เรียน

posted on 21 Apr 2008 14:26 by rainfordream

ต่างที่ก็ต่างปรัชญา  ต่างตาก็ต่างมุมมอง

 ทุกคนที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ

ตั้งแต่เด็กๆ ชีวิตเติบโตจนก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และจบออกมาทำงาน  สร้างฐานะ มีครอบครัว

ที่กล่าวถึง คนที่มีโอกาสเรียนหนังสือ  เพราะอยากจะเล่าประสบการณืของตัวเองเกี่ยวกับการสอบเข้าเรียนต่อในที่ต่างๆ

เริ่มตั้งแต่...ชั้นอนุบาล  ใช่!! ในสมัยนั้นอาจจะไม่มีการสอบเข้าชั้นอนุบาลก็จริง  แต่ตอนนั้นมีการจับฉลากเข้าเรียน ซึ่งก็เทียบเท่ากับการสอบแบบหนึ่ง  คล้ายๆไปเกณฑ์ทหารอยู่กลายๆ  ต้องอาศัยดวงว่า  เราจะจับได้ใบดำ หรือใบแดง 

แต่ในที่สุด....เราก็จับได้ใบดำ  สำหรับการเกณฑ์ทหาร  ใบดำคือการไม่ต้องเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ใช่มั๊ย  ส่วนใบดำของการจับฉลากเข้าเรียน ก็คือ การไม่ได้เข้าเรียน......แค่ชั้นอนุบาล  ยังไม่สามารถเข้าเรียนได้เลย  สุดท้ายก็ต้องอาศัยมิตรภาพเล็กน้อยๆระหว่างป๊ากับอาจารย์ฝากเข้าเรียนในชั้นอนุบาล